top of page

เช็กลิสต์ 5 พฤติกรรมทำร้ายไต แม้ไม่ได้กินเค็ม พร้อมวิธีดูแลสุขภาพไต

  • Aug 17
  • 1 min read
เช็กลิสต์ 5 พฤติกรรมทำร้ายไต แม้ไม่ได้กินเค็ม พร้อมวิธีดูแลสุขภาพไต

เช็กลิสต์ 5 พฤติกรรมทำร้ายไต แม้ไม่ได้กินเค็ม

หลายคนอาจเข้าใจว่า หากไม่ได้กินอาหารเค็มเป็นประจำ ก็ไม่น่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับสุขภาพไต แต่จริง ๆ แล้วการดูแลไตไม่ได้มีเพียงเรื่องการลดเค็มเท่านั้น ยังมีพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ควรใส่ใจร่วมด้วย


ลองเช็กตัวเองว่าในแต่ละวันมีพฤติกรรมเหล่านี้หรือไม่

  • กินอาหารรสจัดเป็นประจำ

  • ดื่มน้ำน้อย

  • กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้ง

  • รับประทานอาหารแปรรูปเป็นประจำ

  • พักผ่อนไม่เพียงพอ


พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคไตโดยตรงในทุกคน แต่หากทำเป็นประจำ อาจเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมสุขภาพที่ควรปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย


พฤติกรรมทำร้ายไต คืออะไร?

คำว่า “พฤติกรรมทำร้ายไต” ในบทความนี้หมายถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่อาจไม่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพไตในระยะยาว ไม่ได้หมายความว่าพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งจะเป็นสาเหตุของโรคไตโดยตรง


สุขภาพไตเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น อายุ โรคประจำตัว ยาบางชนิด พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ความดันโลหิต ระดับน้ำตาลในเลือด และสุขภาพโดยรวม


ดังนั้น การดูแลสุขภาพไตจึงควรดูภาพรวมมากกว่าการหลีกเลี่ยงอาหารเค็มเพียงอย่างเดียว


5 พฤติกรรมที่ควรใส่ใจเพื่อดูแลสุขภาพไต

1. กินอาหารรสจัดเป็นประจำ

อาหารรสจัด โดยเฉพาะอาหารที่มีโซเดียมสูง อาจทำให้เราได้รับโซเดียมมากกว่าที่ร่างกายต้องการได้ง่าย


นอกจากอาหารเค็มแล้ว อาหารบางประเภทอาจมีโซเดียมสูงโดยที่รสชาติไม่ได้เค็มจัด เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป เครื่องปรุง และอาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร


การดูแลไตจึงควรใส่ใจทั้ง “รสชาติ” และ “ปริมาณโซเดียม” ที่ได้รับในแต่ละวัน


2. ดื่มน้ำน้อย

การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวมและการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ


อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่เหมาะสมในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย กิจกรรม สภาพอากาศ และโรคประจำตัวบางอย่าง


จึงไม่จำเป็นต้องฝืนดื่มน้ำในปริมาณมากเกินความต้องการ แต่ควรดื่มน้ำให้เหมาะสมกับร่างกายและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ตัวเองขาดน้ำเป็นเวลานาน


3. กลั้นปัสสาวะบ่อยหรือเป็นเวลานาน

การกลั้นปัสสาวะเป็นครั้งคราวอาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่หากต้องกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานานหรือเป็นประจำ ควรพยายามปรับพฤติกรรมและเข้าห้องน้ำเมื่อมีโอกาสเหมาะสม


พฤติกรรมเกี่ยวกับการขับถ่ายควรดูแลควบคู่กับการสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ


4. กินอาหารแปรรูปบ่อย ๆ

อาหารแปรรูปหลายชนิด เช่น อาหารสำเร็จรูป เนื้อสัตว์แปรรูป ขนมขบเคี้ยว และอาหารพร้อมรับประทาน อาจมีโซเดียมและสารอาหารบางประเภทในปริมาณสูง


การรับประทานอาหารเหล่านี้บ่อย ๆ จึงอาจทำให้ได้รับโซเดียมและพลังงานมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว


วิธีง่าย ๆ คือเพิ่มอาหารสดในมื้ออาหาร อ่านฉลากโภชนาการ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมเหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย


5. พักผ่อนน้อยเป็นประจำ

การพักผ่อนมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม หากนอนน้อยหรือมีคุณภาพการนอนไม่ดีเป็นประจำ อาจส่งผลต่อสุขภาพในหลายด้าน


แม้การพักผ่อนน้อยเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดโรคไต แต่การดูแลสุขภาพโดยรวม ทั้งการนอนหลับ อาหาร การออกกำลังกาย และการควบคุมโรคประจำตัว ล้วนเป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพไต


สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคไตมีอะไรบ้าง?

โรคไตมีหลายประเภทและมีสาเหตุแตกต่างกัน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึงโรคประจำตัวบางชนิด เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมถึงอายุ พันธุกรรม ยาบางชนิด และปัจจัยด้านสุขภาพอื่น ๆ


ดังนั้น หากมีปัจจัยเสี่ยงหรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต การตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงกับแพทย์จึงช่วยให้ทราบแนวทางดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มากกว่าการสังเกตจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว


อาการโรคไตที่ควรสังเกต

ในระยะแรก ปัญหาเกี่ยวกับไตบางประเภทอาจไม่ได้มีอาการที่สังเกตได้ชัดเจน ทำให้หลายคนไม่รู้ว่าควรตรวจสุขภาพไต


อาการที่ควรใส่ใจ เช่น

  • ปัสสาวะผิดปกติจากที่เคยเป็น

  • ปัสสาวะแสบขัดหรือมีเลือดปน

  • มีอาการบวมบริเวณหน้า มือ หรือเท้า

  • เหนื่อยง่ายหรือรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติ

  • ความดันโลหิตสูง

  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน


อาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตเสมอไป หากมีอาการผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ


วิธีดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพไต

การดูแลไตสามารถเริ่มต้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ เช่น


รับประทานอาหารให้หลากหลาย

เน้นอาหารที่มีความหลากหลาย เพิ่มผักและอาหารสด และลดการรับประทานอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำ


ดื่มน้ำให้เหมาะสม

ดื่มน้ำตามความต้องการของร่างกาย และควรคำนึงถึงคำแนะนำเฉพาะบุคคลหากมีโรคประจำตัวหรือมีข้อจำกัดด้านการดื่มน้ำ


ดูแลน้ำหนักและออกกำลังกาย

การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับเหมาะสมและมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม


ไม่ซื้อยารับประทานต่อเนื่องเองโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ยาบางชนิดอาจมีผลต่อไต โดยเฉพาะเมื่อใช้ไม่เหมาะสมหรือใช้เป็นเวลานาน หากต้องรับประทานยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม


ตรวจสุขภาพไตเมื่อมีปัจจัยเสี่ยง

การตรวจสุขภาพไตอาจช่วยประเมินการทำงานของไตและค้นหาความผิดปกติบางอย่างได้ โดยแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมตามอายุ ประวัติสุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน


วิธีรักษาโรคไต

แนวทางดูแลหรือรักษาโรคไตขึ้นอยู่กับชนิดของโรค สาเหตุ ระยะของโรค และสุขภาพของแต่ละบุคคล


บางกรณีอาจเน้นการปรับพฤติกรรมและดูแลโรคประจำตัว ขณะที่บางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ยา หรือได้รับการดูแลในรูปแบบอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์


ดังนั้น หากสงสัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับไต ไม่ควรซื้อยาหรือปรับการรักษาด้วยตัวเอง แต่ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม


เช็กสุขภาพไต ไม่ต้องรอให้มีอาการ

การไม่มีอาการไม่ได้หมายความว่าสุขภาพไตจะไม่มีอะไรต้องดูแล เพราะความผิดปกติของไตบางประเภทอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก


หากมีปัจจัยเสี่ยง มีโรคประจำตัว หรือมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพไต สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมได้


ปรึกษาแพทย์ด้านอายุรกรรมและอายุรกรรมโรคไต

หากสงสัยว่ามีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคไต หรืออยากประเมินสุขภาพไต สามารถปรึกษา


นพ.สาริศ ภู่วิทยพันธุ์ (ว.60133)

อายุรกรรมทั่วไปและอายุรกรรมโรคไต


เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับอาการ ประวัติสุขภาพ ปัจจัยเสี่ยง และแนวทางการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล


สรุป: ดูแลไต เริ่มได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

การดูแลสุขภาพไตไม่ได้มีเพียงการลดอาหารเค็ม แต่ควรใส่ใจพฤติกรรมโดยรวม ทั้งการเลือกรับประทานอาหาร ดื่มน้ำอย่างเหมาะสม ไม่กลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพโดยรวม


หากมีปัจจัยเสี่ยงหรือพบความผิดปกติของร่างกาย การตรวจสุขภาพไตและปรึกษาแพทย์สามารถช่วยให้ได้รับข้อมูลที่เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน


เริ่มดูแลไตตั้งแต่วันนี้ และหมั่นตรวจสุขภาพตามความเหมาะสม เพื่อให้รู้จักสุขภาพของตัวเองมากขึ้น


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร. 02-518-1818


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page