top of page

ออทิสติกเทียมในเด็ก คืออะไร? เช็กสัญญาณเตือนและวิธีดูแลพัฒนาการลูกรัก

  • Aug 17
  • 1 min read
ออทิสติกเทียมในเด็ก คืออะไร? เช็กสัญญาณเตือนและวิธีดูแลพัฒนาการลูกรัก

ในยุคดิจิทัลที่หน้าจอสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างของลูกน้อยที่เปลี่ยนไป เช่น เรียกแล้วไม่หัน หรือพูดช้ากว่าวัย จนอดรู้สึกกังวลใจไม่ได้ว่าลูกกำลังมีความผิดปกติทางพัฒนาการหรือไม่ ความกังวลนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นพ่อแม่ แต่ขอให้สบายใจได้ว่า พฤติกรรมเหล่านี้หลายครั้งไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม แต่อาจเป็นภาวะ ออทิสติกเทียมในเด็ก ที่สามารถปรับปรุงและแก้ไขได้หากเข้าใจและรับมืออย่างถูกวิธี


ออทิสติกเทียมในเด็ก คืออะไร?

ออทิสติกเทียมในเด็ก (Pseudo-autism) ไม่ใช่โรคทางพันธุกรรมหรือความผิดปกติทางสมองมาแต่กำเนิดเช่นเดียวกับโรคออทิสติกแท้ แต่เป็น "ภาวะที่มีพฤติกรรมคล้ายออทิสติก" ซึ่งเกิดขึ้นจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูเป็นหลัก


ข่าวดีคือ ภาวะนี้ไม่ใช่โรคเรื้อรัง หากคุณพ่อคุณแม่รู้ตัวและปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิธีการเลี้ยงดูให้เหมาะสม พัฒนาการของน้อง ๆ ก็สามารถกลับมาสมวัยได้เป็นปกติอย่างแน่นอนครับ


สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดพฤติกรรมคล้ายออทิสติก

สาเหตุสำคัญที่พบได้บ่อยในปัจจุบันมักเกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก โดยเฉพาะในสังคมยุคใหม่ที่มีข้อจำกัดด้านเวลา ดังนี้ครับ


  • การใช้หน้าจอมากเกินไป (Screen Time): การให้เด็กดูมือถือ แท็บเล็ต หรือโทรทัศน์เป็นเวลานานตั้งแต่วัยเตาะแตะ ทำให้เด็กขาดการสื่อสารแบบสองทาง สมองส่วนการรับรู้และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร


  • ขาดการปฏิสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว: การปล่อยให้หน้าจอเป็น "พี่เลี้ยงเด็ก" ทำให้เด็กขาดโอกาสในการพูดคุย สบตา และเรียนรู้สีหน้าอารมณ์จากคนรอบข้าง


  • สิ่งแวดล้อมที่ขาดการกระตุ้นที่เหมาะสม: การไม่พาเด็กออกไปเปิดโลกกว้าง ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเล่นสนุกกับเพื่อนฝูงหรือคนในครอบครัว


ผลกระทบของออทิสติกเทียมต่อพัฒนาการของเด็ก

เมื่อเด็กต้องเผชิญกับภาวะ ออทิสติกเทียมในเด็ก ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการรอบด้าน ซึ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนใน 3 ด้านหลัก ๆ ได้แก่:


  • ด้านภาษาและการสื่อสาร: เด็กอาจมีอาการพูดช้า พูดไม่ชัด ไม่เข้าใจคำสั่งง่าย ๆ หรือไม่สามารถสื่อสารความต้องการของตนเองออกมาเป็นคำพูดได้


  • ด้านสังคม: ขาดทักษะในการเข้าสังคม ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว และเล่นร่วมกับผู้อื่นได้ยาก


  • ด้านพฤติกรรมและอารมณ์: อาจมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย ฉุนเฉียวรุนแรงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งบนหน้าจอเป็นพิเศษ


5 สัญญาณเตือน! พฤติกรรมที่พ่อแม่ต้องสังเกต

หากลูกน้อยมีพฤติกรรมเหล่านี้ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะ ลูกติดจอ พฤติกรรมคล้ายออทิสติก ที่คุณพ่อคุณแม่ควรระวังครับ:


1. ไม่ยอมสบตา

เวลาพูดคุยด้วย ลูกมักจะมองผ่านเลยไป ไม่สบตาผู้พูด หรือหลบตาเมื่อมีคนเข้าหา ซึ่งทำให้ขาดการเชื่อมต่อทางอารมณ์


2. ไม่ตอบสนองเมื่อเรียกชื่อ

เรียกชื่อหลายครั้งก็ยังนิ่งเฉย เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว หรือสนใจแต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า (เช่น หน้าจอ) จนไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง


3. พูดช้ากว่าวัย

เมื่อถึงเกณฑ์อายุที่ควรจะเริ่มพูดคำมีความหมายได้แล้ว แต่ลูกยังเปล่งเสียงได้น้อย หรือพูดคำซ้ำ ๆ โดยไม่เข้าใจความหมาย


4. เล่นคนเดียวและเล่นซ้ำ ๆ

ไม่สนใจที่จะชวนคนอื่นเล่นด้วย ชอบเล่นของเล่นแบบเดิมซ้ำ ๆ ท่าทางเดิม ๆ เช่น การหมุนล้อรถโดยไม่เล่นสมมติ


5. ติดจอ งอแงเมื่อถูกดึงความสนใจ

แสดงอาการโกรธ กรีดร้อง หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทันทีเมื่อถูกปิดหน้าจอ หรือถูกขัดจังหวะขณะกำลังดูสื่อดิจิทัล


แนวทางการดูแลและการแก้ไขเบื้องต้น

การช่วยเหลือเด็กที่มีภาวะ พัฒนาการเด็กช้า หรือพฤติกรรมคล้ายออทิสติกจากสิ่งแวดล้อม สามารถเริ่มต้นได้ทันทีที่บ้านครับ:


  • งดหรือจำกัดการใช้หน้าจออย่างเด็ดขาด: สำหรับเด็กปฐมวัยควรงดการใช้หน้าจอทุกชนิด และแทนที่ด้วยกิจกรรมที่สร้างสรรค์


  • เพิ่มเวลาแห่งคุณภาพ (Quality Time): ชวนลูกคุย อ่านนิทาน เล่นต่อบล็อก หรือทำกิจกรรมศิลปะร่วมกัน เพื่อกระตุ้นการสบตาและการสื่อสารแบบสองทาง


  • พาออกไปเปิดโลกภายนอก: ให้เด็กได้วิ่งเล่นในสวนสาธารณะ หรือพบปะเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อฝึกทักษะทางสังคมตามธรรมชาติ


  • มีความสม่ำเสมอและใจเย็น: การปรับพฤติกรรมต้องใช้เวลาและความเข้าใจ คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็นและชื่นชมเมื่อลูกทำพฤติกรรมที่ดี


บทสรุปและคำแนะนำ

ภาวะ ออทิสติกเทียมในเด็ก เป็นเรื่องที่สามารถป้องกันและแก้ไขได้ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็น สัญญาณเตือนออทิสติกเทียม ตั้งแต่เนิ่น ๆ และรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงดู

ทั้งนี้ หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลใจเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อย หรือต้องการคำแนะนำที่ถูกต้องและตรงจุดในการประเมิน พัฒนาการเด็กช้า แนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เช่น พญ.ปิ่นประภา ธรรมวิภัชน์ หรือเข้ารับคำปรึกษาได้ที่คลินิกพัฒนาการเด็กและโรงพยาบาลชั้นนำใกล้บ้านคุณ เพื่อให้ลูกรักเติบโตสมวัยและมีความสุขในทุก ๆ วันครับ


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทร. 02-518-1818


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม


 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page