เปิดเทอมใหม่กลับมาอีกครั้ง! พ่อแม่ต้องระวัง "โรค RSV" และโรคฮิตในเด็กอะไรบ้าง?

เมื่อช่วง เปิดเทอม เวียนมาถึง เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่และคุณครูกังวลเป็นอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องสุขภาพของเด็ก ๆ เพราะเมื่อลูกได้กลับไปเจอเพื่อน เล่นด้วยกัน และใช้ห้องเรียนร่วมกัน เชื้อโรคก็มีโอกาสแพร่กระจายได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย
แต่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปนะครับ เพราะการรู้จักโรคและสังเกตอาการได้ทัน คือก้าวแรกที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกได้อย่างมั่นใจ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ โรคระบาดในเด็ก ที่พบบ่อยช่วงเปิดเทอม โดยเฉพาะ โรค RSV ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็กครับ
ทำความรู้จักโรค RSV และโรคฮิตในเด็กช่วงเปิดเทอม
โรค RSV เกิดจากเชื้อไวรัส Respiratory Syncytial Virus ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่ อาการมักคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่ในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี เชื้ออาจลุกลามลงไปยังทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบได้
นอกจาก RSV แล้ว ยังมี โรคฮิตในเด็ก อีกหลายโรคที่มักพบได้บ่อยในช่วงเปิดเทอม ซึ่งส่วนใหญ่ติดต่อกันได้ง่ายในที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้โรคระบาดในเด็กพบบ่อยช่วงเปิดเทอม
ช่วงเปิดเทอมเป็นช่วงที่เด็ก ๆ ต้องเจอเพื่อนและสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย เช่น
ละอองฝอยจากการไอหรือจาม ในห้องเรียนที่มีเด็กอยู่ใกล้ชิดกัน
การสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เช่น ของเล่น โต๊ะ ลูกบิดประตู แล้วนำมือมาสัมผัสตา จมูก หรือปาก
การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อน หรือผ้าเช็ดหน้า
ภูมิคุ้มกันของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ โดยเฉพาะในเด็กเล็กวัยอนุบาล
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่อาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน
5 โรคฮิตในเด็กและสัญญาณเตือนที่พ่อแม่ควรสังเกต
1. ไข้หวัดใหญ่
มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว
ไอ เจ็บคอ อาจมีน้ำมูกร่วมด้วย
เด็กอาจดูอ่อนเพลีย ไม่อยากเล่นเหมือนปกติ
2. โรคมือ เท้า ปาก
มีไข้ เจ็บปาก กลืนน้ำลายลำบาก
อาจมีแผลในปาก และมีตุ่มหรือผื่นขึ้นบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า
เด็กอาจกินอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อยลง
3. โรค RSV (ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเด็กเล็ก)
ไอ มีน้ำมูก อาจมีไข้
หายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย หรือได้ยินเสียงหายใจดังวี้ด
ในเด็กเล็กอาจลุกลามเป็นหลอดลมฝอยอักเสบได้
สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์โดยเร็ว: หายใจเร็วหรือหอบจนเห็นชายโครงบุ๋ม ปีกจมูกบาน ริมฝีปากซีดหรือเขียว ดูดนมหรือกินอาหารได้น้อยลงมาก ซึม หรือมีไข้สูงไม่ลดลง
4. โรคตาแดง
ตาแดง คันตา เคืองตา
มีขี้ตามากกว่าปกติ
ติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสมือหรือของใช้ร่วมกัน
5. โรคอีสุกอีใส
มีไข้ ร่วมกับผื่นแดงที่กลายเป็นตุ่มน้ำใส
ตุ่มขึ้นกระจายตามลำตัว ใบหน้า แขน ขา และมักมีอาการคัน
แนวทางการดูแลเบื้องต้นเมื่อลูกป่วยช่วงเปิดเทอม
หากลูกเริ่มมีอาการไม่สบาย คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้
ให้ลูกพักผ่อนอยู่บ้าน เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัว และช่วยลดการแพร่เชื้อสู่เพื่อนในโรงเรียน
ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารอ่อน ๆ ที่ย่อยง่าย
เช็ดตัวลดไข้ เมื่อมีไข้ และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น
แยกของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู
สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการหายใจในเด็กเล็กที่สงสัยว่าเป็นโรค RSV
หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีสัญญาณอันตรายข้างต้น ควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการดูแลที่เหมาะสม
วิธีป้องกันโรค RSV และโรคฮิตในเด็กในระยะยาว
การป้องกันที่ดีเริ่มได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน
สอนลูกล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่และน้ำ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่แออัด หรือเมื่อมีอาการไอ จาม
ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
รับวัคซีนตามช่วงอายุ วัคซีนบางชนิดช่วยลดความเสี่ยงหรือความรุนแรงของบางโรคได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ และอีสุกอีใส คุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนการรับวัคซีนที่เหมาะสมกับลูก
ดูแลโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ และให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ส่งเสริมให้ออกกำลังกายหรือเล่นกลางแจ้ง อย่างเหมาะสมกับวัย
ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของ ที่ลูกสัมผัสบ่อยเป็นประจำ
พฤติกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของลูกแข็งแรง และช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ เพื่อให้ลูกพร้อมไปเรียนรู้ในทุก ๆ วัน
บทสรุป: เปิดเทอมนี้ ใส่ใจสัญญาณเตือนโรค RSV และโรคระบาดในเด็ก
ช่วงเปิดเทอมเป็นช่วงที่เด็ก ๆ มีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคได้มากขึ้น การรู้จัก โรค RSV และ โรคฮิตในเด็ก อื่น ๆ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตความผิดปกติของลูกได้เร็วขึ้น หากพบว่าลูกมีอาการผิดปกติ โดยเฉพาะอาการหายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือไข้ไม่ลด ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและดูแลอย่างเหมาะสม
โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 ศูนย์แม่และเด็ก "ไว้ใจ พร้อมดูแล 24 ชม."
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือทำนัดหมายได้ที่:
โทร: 02-518-1818
LINE OA: https://lin.ee/ixfaHdC







Comments