top of page

ลูกติดจอ เสี่ยงพัฒนาการช้า รู้ทันปัญหาและวิธีดูแลอย่างเข้าใจ

  • 2 days ago
  • 1 min read
ลูกติดจอ เสี่ยงพัฒนาการช้า รู้ทันปัญหาและวิธีดูแลอย่างเข้าใจ

เลี้ยงลูกด้วยจอ อาจส่งผลต่อพัฒนาการโดยไม่รู้ตัว

ในยุคดิจิทัล สมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตกลายเป็นตัวช่วยยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านในการดึงดูดความสนใจของลูกน้อย เพื่อให้เด็กนั่งนิ่งหรือสงบลงในช่วงเวลาที่ผู้ปกครองติดภารกิจ แต่การ เลี้ยงลูกด้วยจอ เป็นเวลานานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็กโดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ทันสังเกตเห็น


การปล่อยให้ ลูกติดจอ ตั้งแต่ช่วงวัยเยาว์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจลดโอกาสในการโต้ตอบกับผู้คนและการเคลื่อนไหวร่างกาย บทความนี้จะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจถึงความหมาย สาเหตุ อาการ พร้อมแนวทางการดูแลและป้องกัน เพื่อส่งเสริมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัย


ภาวะลูกติดจอ และสมาธิสั้นเทียม คืออะไร?

ภาวะ ลูกติดจอ คือ การที่เด็กใช้เวลาอยู่กับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ มากเกินพอดี จนเกิดความยึดติด ไม่สนใจกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน และส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และการเข้าสังคม


อีกหนึ่งภาวะที่มักพบร่วมกันคือ สมาธิสั้นเทียม ซึ่งเป็นอาการที่เด็กขาดความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานาน โดยไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองแต่กำเนิด แต่เกิดจากการได้รับสื่อที่มีภาพและเสียงเปลี่ยนไปมาอย่างรวดเร็วบนหน้าจอ ทำให้สมองชินกับการตอบสนองที่รวดเร็ว จนไม่สามารถจดจ่อกับกิจกรรมในชีวิตจริงที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ กว่าได้


ทำไมการเลี้ยงลูกด้วยจอถึงส่งผลกระทบต่อเด็ก?

สาเหตุหลักที่ทำให้การใช้หน้าจอส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก มีปัจจัยสำคัญดังนี้


  • เป็นการสื่อสารทางเดียว (One-way Communication): หน้าจอเป็นเพียงผู้ส่งข้อมูล เด็กจึงเป็นเพียงผู้รับฟังโดยไม่มีโอกาสได้ฝึกคิด พูดตอบโต้ หรือแสดงสีหน้าท่าทางกลับไป


  • การเคลื่อนไหวร่างกายที่น้อยลง: เมื่อนั่งดูจอนาน ๆ เด็กจะขาดโอกาสในการวิ่งเล่น หยิบจับสิ่งของรอบตัว ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่


  • ภาพและเสียงที่ดึงดูดเกินไป: สื่อดิจิทัลมักมีการตัดต่อที่รวดเร็ว สีสันสดใส ทำให้เด็กเกิดความเพลิดเพลินจนไม่อยากทำกิจกรรมอื่นที่ใช้ความพยายามมากกว่า


สัญญาณเตือนภาวะลูกติดจอและผลกระทบต่อพัฒนาการ

คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าลูกน้อยอาจได้รับผลกระทบจากการใช้หน้าจอมากเกินไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้


1. ด้านภาษาและการสื่อสาร (เด็กพูดช้า)

  • เด็กพูดช้า กว่าเกณฑ์วัย หรือสื่อสารเป็นคำที่มีความหมายไม่ได้


  • ไม่ค่อยสบตาเมื่อพูดคุย หรือไม่ตอบสนองเมื่อถูกเรียกชื่อ


  • พูดเลียนแบบเสียงจากในคลิปหรือการ์ตูน โดยไม่เข้าใจความหมายและการนำไปใช้จริง


2. ด้านพฤติกรรมและอารมณ์ (สมาธิสั้นเทียม)

  • มีอาการหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อถูกขัดใจหรือเมื่อถูกยึดหน้าจอคืน


  • รอคอยไม่ได้ ขาดความอดทน และมีภาวะ สมาธิสั้นเทียม คือไม่สามารถจดจ่อกับการอ่านหนังสือ วาดภาพ หรือเล่นของเล่นตามวัยได้นาน


  • เอาแต่ใจตัวเอง ขาดการควบคุมอารมณ์


3. ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว

  • กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่พัฒนาไม่เต็มที่ จากการเคลื่อนไหวน้อย เช่น ทรงตัวไม่ดี จับดินสอไม่ถนัด


  • มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ เช่น นอนดึก นอนไม่หลับ หรือตื่นกลางดึกบ่อยครั้ง จากแสงสีฟ้าของหน้าจอ


แนวทางการดูแลเมื่อลูกติดจอและมีภาวะพัฒนาการช้า

หากสังเกตพบว่าลูกน้อยเริ่มมีสัญญาณของภาวะ ลูกติดจอ หรือ พัฒนาการช้า คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับแนวทางการดูแลได้ดังนี้


  1. ค่อย ๆ ลดเวลาการใช้หน้าจอ: ไม่ควรหักดิบโดยทันทีสำหรับเด็กที่ติดมากแล้ว แต่ให้ค่อย ๆ ลดเวลาลง พร้อมทั้งอธิบายด้วยเหตุผลและน้ำเสียงที่นุ่มนวล


  2. เพิ่มกิจกรรมทดแทนในชีวิตจริง: ชวนลูกเล่นบทบาทสมมติ อ่านหนังสือนิทาน วาดรูป เลโก้ หรือพาออกไปวิ่งเล่นที่สวนสาธารณะ เพื่อส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อและการเข้าสังคม


  3. ฝึกการสื่อสารแบบสองทาง: พูดคุย ตั้งคำถาม และเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและตอบคำถาม เพื่อส่งเสริมทักษะทางด้านภาษาให้ดีขึ้น


  4. ปรึกษาแพทย์ด้านเด็ก: หากลูกมีอาการ เด็กพูดช้า หรือขาดการจดจ่ออย่างเห็นได้ชัด ควรพาไปพบกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม เพื่อประเมินพัฒนาการอย่างละเอียดและรับคำแนะนำที่เหมาะสมตามช่วงวัย


เคล็ดลับการปรับพฤติกรรมไม่ให้ลูกติดจอ

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเกราะป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ ลูกติดจอ ได้ด้วยวิธีง่าย ๆ ดังนี้


  • กำหนดช่วงอายุที่เหมาะสม: เด็กที่อายุต่ำกว่า 1.5 - 2 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอทุกประเภท (ยกเว้นการวิดีโอคอลกับครอบครัว) ส่วนเด็กอายุ 2 - 5 ปี ไม่ควรใช้หน้าจอเกินวันละ 1 ชั่วโมง


  • สร้างกติกาในบ้านร่วมกัน: กำหนดเวลาการดูจอที่ชัดเจน และงดใช้หน้าจอในพื้นที่ร่วม เช่น โต๊ะอาหาร หรือก่อนเวลานอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง


  • ผู้ปกครองร่วมรับชมและให้คำแนะนำ: หากลูกดูสื่อ ควรมีคุณพ่อคุณแม่นั่งดูอยู่ด้วย เพื่อคอยอธิบายและชวนคุยเกี่ยวกับเนื้อหาที่กำลังดู


  • เป็นแบบอย่างที่ดี: เด็กมักเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบ ผู้ปกครองจึงควรปรับลดการใช้สมาร์ตโฟนเมื่ออยู่กับลูก และมอบเวลาคุณภาพให้กับครอบครัว


สร้างพื้นฐานที่ดีเพื่ออนาคตของลูกน้อย พร้อมปรึกษา

อย่าปล่อยให้หน้าจอมาแทนที่ช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการและความสัมพันธ์ในครอบครัว เพราะพื้นฐานร่างกายและจิตใจที่ดีในวันนี้ คือต้นทุนสำคัญสำหรับอนาคตของลูกในวันข้างหน้า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยส่งเสริมให้ลูกน้อยเติบโตอย่างมีความสุขและมีทักษะการเรียนรู้ที่สมบูรณ์


หากคุณพ่อคุณแม่มีความกังวลเกี่ยวกับภาวะ ลูกติดจอ อาการ เด็กพูดช้า หรือต้องการตรวจประเมินพัฒนาการของลูกน้อย สามารถเข้ารับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ได้ เพื่อร่วมกันวางแผนการดูแลอย่างเข้าใจ


โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 พื้นที่ที่แม่และเด็กไว้วางใจ พร้อมดูแลสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อยด้วยความใส่ใจ


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษาแพทย์


โทร: 02-518-1818


ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายปรึกษาแพทย์

 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page