รู้หรือไม่? กินผักเยอะอาจไม่ดีเสมอไป โดยเฉพาะผู้ที่เป็น "โรคเก๊าต์"
- 10 hours ago
- 1 min read

เราทุกคนต่างรู้ดีว่าการรับประทานผักนั้นมีประโยชน์และเป็นหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี แต่ในบางครั้ง "การกินผักเยอะๆ อาจจะดีจริง แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับ โรคเก๊าต์ หรือมีภาวะกรดยูริกในเลือดสูง การเลือกชนิดของผักจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ บทความนี้จะพาไปไขข้อสงสัยว่าทำไมผักบางชนิดจึงอาจกระตุ้นอาการได้ พร้อมแนวทางการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องกังวลใจจนเกินไป
ทำความรู้จักกับ โรคเก๊าต์ และสารพิวรีน
โรคเก๊าต์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริก (Uric Acid) ตามข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย จนทำให้เกิดอาการอักเสบอย่างเฉียบพลัน ซึ่งกรดยูริกเหล่านี้เกิดจากการที่ร่างกายเผาผลาญสารที่เรียกว่า "พิวรีน" (Purine) โดยสารพิวรีนนั้นสามารถพบได้ทั้งจากการที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง และจากอาหารที่เราทานเข้าไปในแต่ละวัน หากร่างกายขับกรดยูริกออกได้ไม่หมด ก็จะนำไปสู่ความเสี่ยงของโรคเก๊าต์ได้ในที่สุด
สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้ กรดยูริกสูง
ภาวะกรดยูริกสูงไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ได้แก่
พฤติกรรมการทานอาหาร: การทาน อาหารคนเป็นโรคเก๊าต์ ที่มีสารพิวรีนสูงสะสมเป็นเวลานาน เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การทำงานของไต: หากไตทำงานได้ลดลง ประสิทธิภาพในการขับกรดยูริกออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะก็จะลดลงตามไปด้วย
พันธุกรรมและโรคประจำตัว: ผู้ที่มีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเก๊าต์ หรือผู้ที่มีภาวะอ้วน โรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง มักมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
สัญญาณเตือนของโรคเก๊าต์ที่ไม่ควรละเลย
เมื่อกรดยูริกสะสมจนกลายเป็นผลึกตามข้อต่อ ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้:
อาการปวด บวม แดง ร้อนตามข้อ
มักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือตื่นนอนตอนเช้า ข้อที่พบได้บ่อยคือ ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า บริเวณที่ปวดจะบวม แดง และรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส
ปวดข้อเป็นๆ หายๆ
บางรายอาจมีอาการ ปวดข้อ รุนแรงในช่วงแรกและค่อยๆ ดีขึ้น แต่หากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาการปวดมักจะกลับมาเป็นซ้ำ และอาจลุกลามไปยังข้อต่ออื่นๆ ได้
แนวทางการดูแลและการจัดการเบื้องต้น: ระวัง "ผักพิวรีนสูง"
แม้การทานผักจะดีต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะกรดยูริกสูง การจัดการเมนูอาหารถือเป็นกุญแจสำคัญ ผักบางชนิดมีสารพิวรีนค่อนข้างสูง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการอักเสบได้หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ผักพิวรีนสูง ที่ควรระมัดระวัง ได้แก่:
ผักโข
หน่อไม้ฝรั่ง
เห็ด
กะหล่ำดอก
หน่อไม้
ชะอม
ข้อควรระวัง: ไม่ได้หมายความว่าคนทั่วไปที่ทานผักเหล่านี้แล้วจะเป็นโรคเก๊าต์ และผู้ป่วยเองก็ไม่จำเป็นต้องงดเด็ดขาด เพียงแต่ควรจำกัดปริมาณการทานให้เหมาะสม และควรใส่ใจอาหารกลุ่มอื่นๆ ที่มีพิวรีนสูงร่วมด้วย เพื่อรักษาสมดุลของกรดยูริกในร่างกาย
วิธีป้องกันและการดูแลตัวเองในระยะยาว
การอยู่ร่วมกับโรคเก๊าต์อย่างมีความสุข สามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างค่อยเป็นค่อยไป:
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เพื่อช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน: การรักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมช่วยลดแรงกดทับที่ข้อต่อ และลดระดับกรดยูริกได้
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำหวาน: แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ และน้ำตาลฟรุกโตส มีส่วนทำให้กรดยูริกในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: เลือกการออกกำลังกายที่ไม่มีแรงกระแทกต่อข้อต่อมากนัก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว
ดูแลสุขภาพข้อต่อ เริ่มต้นที่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
หากคุณหรือคนที่คุณรักเริ่มมีอาการ ปวด บวม แดง ร้อนตามข้อ หรือปวดข้อเป็นๆ หายๆ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ให้เรื้อรัง เพราะอาการปวดเหล่านี้อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด
การได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างตรงจุด สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทางที่ โรงพยาบาลนวมินทร์ 9 เพื่อประเมินสาเหตุ ตรวจระดับกรดยูริก และรับคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและปลอดภัย
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนัดหมายแพทย์:
โทร: 02-518-1818
Line OA: https://lin.ee/ixfaHdC







Comments