top of page

สังเกตด่วน! อาการ "ปัสสาวะผิดปกติ" สัญญาณเตือนโรคไต ที่ไม่ควรมองข้าม

9 minutes ago
1 min read

สังเกตด่วน! อาการ "ปัสสาวะผิดปกติ" สัญญาณเตือนโรคไต ที่ไม่ควรมองข้าม

ในแต่ละวันเราเข้าห้องน้ำเพื่อขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายเป็นประจำ แต่มีกี่ครั้งที่เราลองก้มลงไปสังเกตลักษณะของปัสสาวะตัวเอง? รู้หรือไม่ครับว่า "ปัสสาวะ" ถือเป็นหนึ่งในมาตรวัดสุขภาพชั้นดีที่ร่างกายส่งสัญญาณบอกเรา โดยเฉพาะความสมบูรณ์ของระบบทางเดินปัสสาวะและไต บทความนี้ขอชวนทุกคนมาปรับมุมมองเรื่องใกล้ตัว สังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เพื่อรับมือและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอย่างยั่งยืนครับ


ทำความรู้จักกับภาวะ ปัสสาวะผิดปกติ

หน้าที่หลักของไตคือการกรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือด ขับออกมาในรูปแบบของน้ำปัสสาวะ ดังนั้น หากอวัยวะในระบบทางเดินปัสสาวะหรือไตเริ่มทำงานได้ลดลง หรือเกิดความผิดปกติ ลักษณะของน้ำปัสสาวะที่เราเห็นก็มักจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย อาการ ปัสสาวะผิดปกติ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ภายใน


สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด สัญญาณเตือนโรคไต

ความผิดปกติของการขับถ่ายของเสีย มักมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันและโรคประจำตัวที่สะสมมานาน ได้แก่:


  • พฤติกรรมการดื่มน้ำ: การดื่มน้ำน้อยเกินไป ทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูง หรือการกลั้นปัสสาวะเป็นประจำจนเกิดการอักเสบ


  • พฤติกรรมการบริโภค: การรับประทานอาหารรสจัด เค็มจัด หรืออาหารที่มีโปรตีนสูงมากเกินความจำเป็น


  • โรคประจำตัว: ภาวะความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดในไตเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ


5 อาการ ปัสสาวะผิดปกติ ที่ควรพิจารณาพบแพทย์

ลองสังเกตตัวเองดูนะครับ หากพบอาการเหล่านี้เกิดขึ้นใหม่ เป็นซ้ำ หรือเป็นต่อเนื่องไม่หาย ควรใส่ใจเป็นพิเศษครับ:


1. ปัสสาวะมีเลือดปน

น้ำปัสสาวะมีสีแดง สีชมพู หรือสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบ ติดเชื้อ หรือมีนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ


2. ปัสสาวะเป็นฟอง มากและเป็นต่อเนื่อง

หากโถชักโครกมีฟองฟอดละเอียดคล้ายฟองเบียร์และไม่ยอมยุบตัว นี่อาจเป็นสัญญาณของการมีโปรตีน (ไข่ขาว) รั่วไหลปะปนออกมา ซึ่งเป็น สัญญาณเตือนโรคไต ที่สำคัญ


3. ปัสสาวะน้อยลงหรือมากขึ้นผิดปกติ

ปริมาณน้ำปัสสาวะที่ไม่สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน อาจบ่งบอกถึงประสิทธิภาพการกรองของเสียของไตที่เริ่มมีปัญหา


4. ปัสสาวะแสบขัด ปวด หรือ ปัสสาวะบ่อย ผิดปกติ

รู้สึกเจ็บ แสบขัดเวลาถ่ายปัสสาวะ หรือมีความรู้สึกปวดปัสสาวะกะปริบกะปรอยตลอดเวลา ซึ่งมักสัมพันธ์กับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ


5. ต้องตื่นมาปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ

การต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกหลายๆ ครั้ง (โดยที่ไม่ได้ดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอน) อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการทำงานของไตที่ลดลง


แนวทางการดูแลและการจัดการเบื้องต้น

หากเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้น สามารถดูแลตัวเองได้โดย:


  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนและการขับของเสียทำงานได้ดีขึ้น


  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ: ควรเข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบ


วิธีป้องกันและการดูแลตัวเองในระยะยาว

การรักษาสุขภาพไตให้แข็งแรงในระยะยาว เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากวินัยในการใช้ชีวิต:


  • ลดการบริโภคโซเดียม: หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และลดการปรุงรสจัด เพื่อไม่ให้ไตทำงานหนัก


  • ควบคุมโรคประจำตัว: ดูแลระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเสมอ


  • ตรวจสุขภาพประจำปี: ควรมีการตรวจปัสสาวะ (Urine Examination) และตรวจค่าการทำงานของไต (BUN, Creatinine) เป็นประจำทุกปี


บทสรุปและคำแนะนำ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ "อย่ารอให้อาการรุนแรงแล้วค่อยตรวจ" เพราะโรคไตหรือโรคระบบทางเดินปัสสาวะในระยะเริ่มต้น มักจะสามารถชะลอความเสื่อมและดูแลรักษาได้ดีกว่า หากมีความผิดปกติของการปัสสาวะ ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุที่แท้จริง และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณครับ


ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

👨🏻‍⚕️ ปรึกษา นพ.สาริศ ภู่วิทยพันธุ์ (ว.60133)

แพทย์อายุรกรรมทั่วไป และอายุรกรรมโรคไต


ต้องการปรึกษาแพทย์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่:


ต้องการปรึกษาแพทย์ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่:


 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page