top of page

ปวดซ้ำๆ นวดไม่หาย? ทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการปวดเรื้อรัง

  • 13 hours ago
  • 1 min read
ปวดซ้ำๆ นวดไม่หาย? ทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการปวดเรื้อรัง

หลายคนอาจเคยเผชิญกับปัญหา ปวดซ้ำๆ ในบริเวณเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นบ่า คอ หลัง หรือข้อต่อต่างๆ แม้จะพยายามยืดเหยียดหรือไปนวดผ่อนคลายมาแล้วหลายครั้ง แต่อาการเหล่านั้นก็ยังคงกลับมากวนใจอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะเราอาจจะยังไม่ทราบถึง "สาเหตุที่แท้จริง" ของความเจ็บปวด การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุจึงช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราว บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกถึงสาเหตุของอาการปวดเรื้อรัง พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างสบายตัวอีกครั้ง


อาการปวดเรื้อรัง คืออะไร?

อาการปวดเรื้อรัง หมายถึง ภาวะความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อ ที่ดำเนินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน (โดยทั่วไปคือตั้งแต่ 3-6 เดือนขึ้นไป) หรือเป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในบริเวณเดิม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวร่างกาย รวมถึงคุณภาพการนอนหลับ


สาเหตุของการปวดซ้ำๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม

การที่นวดแล้วไม่หาย มักเกิดจากการที่ต้นตอของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยสาเหตุหลักที่มักทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรัง ได้แก่:


1. การใช้งานร่างกายในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม

การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การก้มเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือการยกของหนักด้วยท่าทางที่ผิด ล้วนส่งผลให้กล้ามเนื้อบางส่วนทำงานหนักเกินไปจนเกิดความตึงตัวสะสม


2. ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อและข้อต่อ

เมื่อกล้ามเนื้อบางมัดอ่อนแรง ร่างกายจะพยายามใช้กล้ามเนื้อมัดอื่นมาทำงานแทน ทำให้เกิดความไม่สมดุลในการเคลื่อนไหว ซึ่งนำไปสู่การบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมจนกลายเป็นอาการปวดซ้ำๆ


3. การบาดเจ็บที่ดูแลไม่ถูกวิธี

อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หากไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างครบถ้วน อาจทิ้งรอยโรคหรือพังผืดไว้ ทำให้โครงสร้างร่างกายบริเวณนั้นทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ


สังเกตอาการแบบไหนที่ควรเริ่มปรึกษาแพทย์

หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรพิจารณาเข้ารับการตรวจประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียด:


  • มีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดต่อเนื่องยาวนานหลายสัปดาห์


  • มีอาการชา ร้าวลงแขนหรือขา รวมถึงมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย


  • การปวดส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทรงตัว หรือทำให้นอนไม่หลับ


  • นวดหรือพักผ่อนแล้วแต่อาการปวดไม่ดีขึ้น


วิธีรักษาและฟื้นฟูร่างกายอย่างเหมาะสม

การดูแลรักษาอาการปวดเรื้อรังให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรเริ่มต้นจากการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อวิเคราะห์การเคลื่อนไหว ตรวจสอบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ รวมไปถึงการทรงตัว


แนวทางการดูแลมักจะถูกออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล โดยอาจมีการใช้ โปรแกรม ทางกายภาพบำบัด เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อและปรับโครงสร้างร่างกายอย่างเป็นระบบ ในบางกรณีที่แพทย์ประเมินว่ามีความจำเป็น อาจมีการใช้ โปรแกรมฉีด เพื่อดูแลปัญหาการอักเสบของกล้ามเนื้อและข้อต่อร่วมด้วย เพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถกลับมาทำกายภาพบำบัดและเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ


แนวทางการป้องกันไม่ให้อาการปวดกลับมาเป็นซ้ำ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: จัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสม เช่น ปรับระดับเก้าอี้และหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา


พักเบรกยืดเหยียด: หมั่นลุกขึ้นขยับร่างกายและยืดกล้ามเนื้อทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อลดความตึงเครียดสะสม


เสริมสร้างความแข็งแรง: ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นท่าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพยุงโครงสร้างร่างกาย



อาการ ปวดซ้ำๆ นวดไม่หาย ไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่านจนเรื้อรัง การทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงและเข้ารับการวิเคราะห์โครงสร้างร่างกายโดยผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม ช่วยดูแลปัญหาที่ต้นตอ ลดโอกาสที่อาการจะทวีความรุนแรงหรือรักษายากในอนาคต ทำให้ร่างกายรู้สึกเบาสบายและเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น


หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาอาการปวดเรื้อรังอย่างยั่งยืน และอยากกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ แนะนำให้เข้ามาตรวจสุขภาพและปรึกษาแนวทางการฟื้นฟูร่างกาย


ให้คำปรึกษาโดย:

นพ.คณินธัช เสนจันทร์ฒิไชย

แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู (ว.54913)


ติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายเพิ่มเติมได้ที่:


โทร: 02-518-1818



ติดต่อสอบถามรายละเอียดการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม

 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page