โรคเก๊าท์ (Gout) อาการปวดข้อที่ไม่ได้มาจากการกินไก่เสมอไป
- 9 hours ago
- 1 min read

หลายคนมักมีความเข้าใจว่า โรคเก๊าท์ เกิดจากการรับประทานสัตว์ปีกหรือไก่ในปริมาณมากเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการปวดตามข้อกระดูกจากโรคนี้ สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย แม้ว่าคุณจะไม่ได้ทานไก่เยอะก็ตาม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น ทั้งในเรื่องของสาเหตุ อาการ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ตลอดจนวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
โรคเก๊าท์ คืออะไร?
โรคเก๊าท์ (Gout) คือ โรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการมีภาวะ กรดยูริกสูง ในเลือดเป็นระยะเวลานาน จนทำให้เกิดการตกผลึกของกรดยูริกตามข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม และอักเสบตามข้อกระดูก ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้
สาเหตุของโรคเก๊าท์ และปัจจัยที่ทำให้กรดยูริกสูง
ภาวะกรดยูริกสูงที่เป็นต้นเหตุของโรคเก๊าท์นั้น เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยหลักๆ มาจากกระบวนการทำงานภายในร่างกายและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้
ร่างกายสร้างกรดยูริกมากเกินไป: ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้ผลิตกรดยูริกออกมามากกว่าปกติ
ไตขับกรดยูริกออกได้น้อยลง: ประสิทธิภาพในการขับถ่ายของเสียลดลง ทำให้มีกรดยูริกสะสมในเลือด
พฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ โดยเฉพาะเบียร์ ส่งผลให้การขับกรดยูริกออกจากร่างกายทำได้ยากขึ้น
พันธุกรรม: หากมีคนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคเก๊าท์ จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป
ภาวะน้ำหนักเกิน: ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ มักมีแนวโน้มที่จะมีระดับกรดยูริกในเลือดสูง
อาหารที่มีกรดยูริกสูง (High Purine Foods) ที่ควรระวัง
นอกจากปัจจัยภายในแล้ว อาหารบางชนิดยังมีสารพิวรีนสูง ซึ่งเมื่อร่างกายย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นกรดยูริก ผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเป็นโรคเก๊าท์จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:
เครื่องในสัตว์: ตับ ไต หัวใจ
เนื้อแดง: เนื้อวัว เนื้อหมู (บางส่วน)
อาหารทะเลบางชนิด: กุ้ง หอย ปู ปลาซาร์ดีน
อาหารแปรรูป: รวมถึงน้ำซุปที่เคี่ยวเนื้อสัตว์หรือกระดูกแบบเข้มข้น
อาการโรคเก๊าท์ ที่ควรสังเกต
ผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์มักจะพบกับอาการผิดปกติตามข้อต่อ ซึ่งสามารถสังเกตได้ดังนี้:
มีอาการ ปวดตามข้อ อย่างรุนแรง มักเริ่มจากข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า
บริเวณที่ปวดจะมีอาการบวม แดง และรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส
อาการปวดมักเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนหรือหลังจากการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง
วิธีรักษาโรคเก๊าท์
การดูแลรักษาโรคเก๊าท์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อวางแผนการปรับพฤติกรรมและการใช้ยาอย่างเหมาะสม:
การใช้ยารับประทาน: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาลดกรดยูริกหรือยาบรรเทาอาการอักเสบตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
โปรแกรมฉีด เพื่อดูแลข้ออักเสบ: ในกรณีที่มีอาการอักเสบของข้อ แพทย์อาจประเมินและแนะนำ โปรแกรมฉีด ยาเข้าข้อเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบอย่างเหมาะสม (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์)
การปรับเปลี่ยนโภชนาการ: ลดการรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง และดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน
วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเก๊าท์
ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน จะช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์: ดูแลรูปร่างและน้ำหนักตัวให้เหมาะสม เพื่อลดภาระการทำงานของข้อต่อและรักษาสมดุลของระบบเผาผลาญ
เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผัก ผลไม้ และแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและแอลกอฮอล์
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ: การเจาะเลือดเพื่อเช็กระดับกรดยูริกและการทำงานของไต จะช่วยให้เราทราบความเสี่ยงและสามารถดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ
สรุป
อาการโรคเก๊าท์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่พฤติกรรมการกินไก่เท่านั้น แต่เกิดจากภาวะกรดยูริกสูงที่มาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอาหารการกิน พันธุกรรม และการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย การปรับพฤติกรรมการกิน ควบคู่ไปกับการหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยดูแลร่างกายให้แข็งแรงและพร้อมใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข เพราะสุขภาพดี... คุณเลือกได้ 😊
ปรึกษาและสอบถามรายละเอียดการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่:

📞 โทร: 02-518-1818
📱 Line OA: https://lin.ee/ixfaHdC






Comments