top of page

สัญญาณเตือนอาการ "ปวดคอ บ่า ไหล่" แบบไหนที่ควรพบหมอกายภาพ?

  • 32 minutes ago
  • 1 min read
สัญญาณเตือนอาการ "ปวดคอ บ่า ไหล่" แบบไหนที่ควรพบหมอกายภาพ?

ในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน การยกของหนัก หรือแม้แต่การเล่นโทรศัพท์มือถือ ล้วนเป็นกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อต้องทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง หลายท่านอาจเคยรู้สึกเมื่อยล้าและคิดว่าอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นเพียงเรื่องปกติที่พักผ่อนก็คงหาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณเตือนถึงความผิดปกติบางอย่างที่ต้องการการดูแลอย่างตรงจุด บทความนี้ขอชวนทุกคนมาเช็กอาการเบื้องต้น เพื่อประเมินว่าเมื่อไหร่ที่เราควรเข้ารับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญครับ


ทำความเข้าใจอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่

อาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ คือภาวะที่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือข้อต่อบริเวณส่วนบนของร่างกายเกิดความตึงเครียด หดเกร็ง หรืออักเสบ ซึ่งหากปล่อยให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติสะสมเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกระดูกสันหลังส่วนคอ และลุกลามไปสู่กลุ่มอาการปวดเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้


สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

อาการเหล่านี้มักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมและการใช้งานกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน ได้แก่:


  • อิริยาบถที่ไม่เหมาะสม: การนั่งหลังค่อม ยื่นคอไปข้างหน้า หรือก้มหน้ามองจอนานๆ


  • การใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ: การพิมพ์งาน หรือการใช้เมาส์ในท่าเดิมต่อเนื่อง


  • สภาพแวดล้อมการทำงาน: ระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ที่ไม่พอดีกับสรีระ


  • ความเครียด: ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดการเกร็งตัวโดยที่เราไม่รู้ตัว


5 สัญญาณเตือนอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ ที่ควรพบหมอกายภาพ

"อย่ารอให้ปวดจนทนไม่ไหว ค่อยเริ่มดูแล" หากคุณกำลังเผชิญกับอาการเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ต้องปรึกษาแพทย์และนักกายภาพบำบัดครับ:


1. ปวดเป็นประจำ หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย

แม้จะพยายามพักผ่อนหรือปรับเปลี่ยนท่าทางแล้ว แต่อาการปวดก็ยังคงวนเวียนกลับมาเป็นซ้ำๆ ซึ่งแสดงถึงความตึงเครียดของกล้ามเนื้อที่สะสมลึกอยู่ภายใน


2. ปวดจนรบกวนการทำงานหรือชีวิตประจำวัน

ความรู้สึกปวดตึงเริ่มส่งผลกระทบต่อสมาธิในการทำงาน การนอนหลับ หรือทำให้ไม่สามารถหันคอ เอี้ยวตัว หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเต็มที่


3. ปวดร้าวลงแขน หรือมีอาการชา/เสียวซ่า

นี่คือสัญญาณที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาการปวดที่ร้าวลงไปตามแขน ฝ่ามือ หรือมีอาการชาร่วมด้วย อาจบ่งชี้ถึงภาวะที่เส้นประสาทบริเวณคอถูกกดทับ


4. ปวดหลังจากอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ

หากมีอาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ ที่เกิดขึ้นตามหลังการเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถชน หกล้ม หรือการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ควรได้รับการตรวจประเมินโครงสร้างอย่างละเอียด


5. ดูแลตัวเองแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น

ได้ลองยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ประคบอุ่น หรือทานยาบรรเทาอาการเบื้องต้นแล้ว แต่ความรู้สึกปวดตึงก็ยังไม่ทุเลาลง หรือกลับแย่ลงกว่าเดิม


แนวทางการดูแลและการจัดการเบื้องต้น

หากเริ่มรู้สึกตึงรั้งเบื้องต้น สามารถดูแลตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยการ:


  • พักการใช้งานกล้ามเนื้อ: เปลี่ยนอิริยาบถทุกๆ 1 ชั่วโมง ลุกขึ้นเดิน หรือยืดเส้นยืดสาย


  • การประคบ: ประคบอุ่นบริเวณที่ปวดตึงประมาณ 15-20 นาที เพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนและคลายกล้ามเนื้อ


วิธีป้องกันและการดูแลตัวเองในระยะยาว

เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว ดังนี้ครับ:


  • จัดสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่: ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา เก้าอี้มีพนักพิงรองรับแผ่นหลัง


  • บริหารกล้ามเนื้อเป็นประจำ: หมั่นทำท่ายืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและบ่า เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรง


  • จัดการความเครียด: หาเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจ


บทสรุปและคำแนะนำ

อาการ ปวดคอ บ่า ไหล่ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากละเลยอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว การเข้ารับการประเมินจากแพทย์และทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี จะช่วยบรรเทาอาการและฟื้นฟูโครงสร้างร่างกายให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ


ดูแลโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปรึกษา นพ.คณินธัช เสนจันทร์ฒิไชย สาขาเวชศาสตร์ฟื้นฟู ว.54913

ทีมแพทย์แผนกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลนวมินทร์ 9


ต้องการปรึกษาแพทย์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่:


ต้องการปรึกษาแพทย์หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่:

 
 
 

Comments


Contact Me

เลขที่ 96 ถนนสีหบุรานุกิจ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

navamin9hospital@gmail.com  |  Tel: 02-518-1818

  • Line
  • Instagram
  • Facebook
  • YouTube
  • TikTok
bottom of page