ออฟฟิศซินโดรมคืออะไร? รู้ทันสาเหตุ อาการ และการดูแลด้วยกายภาพบำบัด
- Jun 8
- 1 min read

ในยุคที่หลายคนต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน อาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือปวดหลัง กลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ต้องอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน จนอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิต
หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า "ออฟฟิศซินโดรม" แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร และควรดูแลตัวเองแบบไหน บทความนี้จะพาไปรู้จักออฟฟิศซินโดรม พร้อมแนวทางดูแลสุขภาพด้วยกายภาพบำบัดที่เหมาะสม
ออฟฟิศซินโดรม คืออะไร?
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ ซึ่งมักเกิดจากพฤติกรรมการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน การก้มมองหน้าจอ การใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดซ้ำ ๆ รวมถึงการมีท่าทางการนั่งที่ไม่ถูกต้อง
อาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิทัลเป็นประจำ
สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม
นั่งทำงานท่าเดิมเป็นเวลานาน
การนั่งติดต่อกันหลายชั่วโมงโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ อาจทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงตัวและเมื่อยล้าได้ง่าย
ท่านั่งไม่เหมาะสม
การนั่งหลังค่อม ยื่นคอ หรือวางแขนในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มแรงกดต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อ
ความเครียดสะสม
ความเครียดจากการทำงานสามารถส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่เกิดการเกร็งตัวมากขึ้น
ขาดการเคลื่อนไหวร่างกาย
การไม่ออกกำลังกายหรือไม่ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ อาจทำให้ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลง
อาการที่พบบ่อยของออฟฟิศซินโดรม
ผู้ที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมอาจพบอาการแตกต่างกันไป เช่น
ปวดคอ บ่า ไหล่
ปวดหลังส่วนบนหรือหลังส่วนล่าง
กล้ามเนื้อตึงและเมื่อยล้า
รู้สึกหนักบริเวณบ่าและสะบัก
ปวดศีรษะจากความตึงของกล้ามเนื้อ
ชา หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณแขนและมือบางครั้ง
หากอาการเกิดขึ้นบ่อยหรือส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่เหมาะสม
กายภาพบำบัดช่วยดูแลออฟฟิศซินโดรมได้อย่างไร?
กายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในแนวทางดูแลผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง หรืออาการที่เกี่ยวข้องกับออฟฟิศซินโดรม โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินสาเหตุของปัญหาในแต่ละบุคคล และวางแผนการดูแลให้เหมาะสม
แนวทางการดูแลอาจประกอบด้วย
การประเมินท่าทางการทำงาน
การคลายกล้ามเนื้อที่มีอาการตึง
การฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
การแนะนำท่าบริหารร่างกายที่เหมาะสม
การให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ
วิธีป้องกันออฟฟิศซินโดรมสำหรับคนทำงาน
ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30-60 นาที
ควรลุกเดิน ยืดเหยียด หรือขยับร่างกายเป็นระยะ เพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อ
จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสม
ปรับระดับหน้าจอ เก้าอี้ และคีย์บอร์ดให้เหมาะกับสรีระของร่างกาย
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย
ฝึกยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
การยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลังอย่างเหมาะสม อาจช่วยลดความตึงสะสมจากการทำงานได้
เมื่อไหร่ควรพบผู้เชี่ยวชาญ?
หากมีอาการปวดคอ ปวดบ่า ปวดไหล่ หรือปวดหลังเรื้อรัง เป็นเวลานาน หรือมีอาการรบกวนการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
สรุป
ออฟฟิศซินโดรมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทำงานยุคปัจจุบัน โดยมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการทำงานและการใช้ร่างกายซ้ำ ๆ การดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม การปรับท่าทางการทำงาน รวมถึงการเข้ารับการประเมินและดูแลด้วยกายภาพบำบัด อาจช่วยให้ร่างกายกลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากคุณกำลังมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง หรือสงสัยว่าอาจมีภาวะออฟฟิศซินโดรม สามารถเข้ารับการตรวจประเมินสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-518-1818
Line OA : https://lin.ee/ixfaHdC







Comments